หลักการเล่นในตำแหน่ง CO

ด้วยตำแหน่งที่ได้เปรียบทำให้สามารถเลือกหน้าไพ่เข้ามาเล่นได้มากขึ้น บางครั้งผู้เล่นหลายคนก็ยึดติดกับการเล่นในตำแหน่ง BTN มากเกินไป จนลืมไปว่า CO ก็เป็นตำแหน่งที่ทำกำไรได้สูงมากเช่นกันเมื่อเล่นอย่างถูกต้อง ถ้าเราสามารถทำกำไรจากจากตำแหน่งนี้ ได้ราวๆ 20 bb ต่อ 100 มือ ถือว่าดีมาก

เราต้องเล่นช่วงไพ่ที่ Tight ขึ้น เมื่อเทียบกับที่เราเล่นจาก BTN เพราะ CO ไม่สามารถการันตี Position ได้เมื่อเรา Open raise อีกทั้ง BTN เป็นตำแหน่งที่ทรงพลังอย่างมาก และสามารถ 3-bet เราได้อย่างรุนแรง ซึ่งมี Position แน่นอนหลังเปิด Flop ด้วย (เป็นคนสุดท้ายตลอด)

ในหลายกรณี เช่น BTN เล่น Tight เกินไป เราก็ทำเหมือนว่า CO เป็น BTN อันที่ 2 ได้เช่นกัน

ช่วงไพ่สำหรับ Open raise จาก CO

จากภาพ ไพ่ที่เราสามารถนำมา Open raise ได้นั้นอยู่ที่ราวๆ 26% ของไพ่เริ่มต้น ซึ่งน้อยกว่า BTN ที่เราสามารถ Open raise ได้ถึง 48% อย่างเห็นได้ชัด โดยขนาดของการ Raise โดยปกติแล้วอยู่ที่ 2.2bb ถึง 3bb ซึ่งขนาดที่เราเลือกนั้นไม่ได้มีข้อแตกต่างกันมากนัก แต่ยิ่งเรา Raise น้อย จำนวนมือที่สามารถเอาเข้าไปเล่นได้ก็ยิ่งมากขึ้น

3-bet จาก CO ก็สามารถหยุดการเล่นของ BTN และ Blinds ได้ในหลายกรณี ถ้าพวกเขาไม่มี Premium hand ดังนั้น 3-bet จึงเป็นกลยุทธที่ดี เนื่องจากเรามักจะกิน Pot ในช่วง Preflop หรือ Heads-up in position ช่วง Postflop

มี 2 เหตุผลที่เราควร 3-bet ให้ Tight ขึ้น ในตำแหน่ง CO เมื่อเทียบกับ BTN

  1. เรามีผู้เล่น 3 คนที่เล่นหลังเรา แทนที่จะมี 2 คน ถึงแม้ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะเป็นแบบ Passive แต่ก็มีโอกาสสูงที่ 1 ในพวกเขาเหล่านั้นจะถือ Premium hand
  2. 3-bet ของเราความน่ากลัวจะสู้ 3-bet จาก UTG หรือ MP ไม่ได้ดังนั้นมีโอกาสที่ BTN จะ call มาเพื่อซื้อ position เฉยๆ

หลักการเดียวกันตำแหน่ง CO นี้ได้ถูกนำไปใช้กับการ Cold-call ( Call เพื่อเอา Position ) โดยเราต้องมีจังหวะที่มีเหตุผลที่จะเอา Position ไม่ใช่ call ทุก Hand เพื่อ Position

 

 

CO vs MP

สีแดงอ่อน 3-bet เพื่อเพิ่ม Value

สีแดงเข้ม 3-bet เพื่อบลัฟ

สีน้ำเงิน Cold-call

สีฟ้า เล่นกลยุทธแบบผสม บางครั้งให้ Cold-call บางครั้งให้ 3-bet

 

 

CO vs UTG

สีแดงอ่อน 3-bet เพื่อเพิ่ม Value

สีแดงเข้ม 3-bet เพื่อบลัฟ

สีน้ำเงิน Cold-call

สีฟ้า เล่นกลยุทธแบบผสม บางครั้งให้ Cold-call บางครั้งให้ 3-bet

ข้อควรระวังเมื่อเล่นกับผู้เล่นตำแหน่ง UTG ช่วงไพ่ที่เราใช้ป้องกันให้ Tight ขึ้นนิดนึง แต่ก็ไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น เพราะโดยเฉลี่ยแล้ว UTG จะ Open raise 14% ของไพ่เริ่มต้น(2ใบตอนเราได้รับก่อนเปิด flop) ในขณะที่ MP จะเพิ่มเป็น 18% ของไพ่เริ่มต้น(2ใบตอนเราได้รับก่อนเปิด flop)  ซึ่งเห็นได้ว่ามันไม่ต่างกันมากนัก

 

ส่วนเหตุผลที่เรา Cold-call เฉพาะไพ่ 55 ขึ้นไป เป็นเพราะเรามีผู้เล่น 3 คนข้างหลังที่อาจจะ Squeeze ( การ Raise เพื่อบีบให้เหลีอผู้เล่นที่เข้ามา Postflop น้อยลง ) ใส่ได้ สมมติว่าเราเล่นที่ BTN เราย่อมต้องป้องกันไพ่ Pocket-pairs   ( ที่ไม่ใช่ Premium hand ) ทั้งหมด โดยไม่สน Position ของคนที่ Open raise มา

 

มือที่เล่นแบบผสมกลยุทธ์สามารถเล่นแบบ 50-50 ได้ ดังนั้นถ้าสมมติให้เราเล่นอยู่ในตำแหน่ง CO และเจอกับ Open raise จาก MP ในขณะที่เราถือ AKs อยู่ เราสามารถ 3-bet หรือ Cold-call ก็ได้ เหตุผลที่เราเล่นแบบนี้เพราะ 3-bet แล้วอีกฝ่ายจะคาดว่ามือเราแข็งแกร่งมากกว่า Cold-call แทนที่เราจะ 3-bet ทุกมือที่อยู่ในช่วงสีฟ้า เราอาจจะเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ทำกำไรเยอะขึ้นจากการ Cold-call แต่ถ้าเราเจอกับผู้เล่นที่ Passive เอามากๆ ให้เรา 3-bet มือที่อยู่ในช่วงสีฟ้าทั้งหมดในอัตรา 100%

 

การป้องกันเมื่อเจอกับ 3-bet

มีผู้เล่น 3 คน ที่สามารถ 3-bet ใส่เราได้ ได้แก่ BTN, SB, and BB การป้องกันของเราจะเป็นไปตาม ภาพข้างล่าง

 

CO vs 3-bet

สีแดงอ่อน 4-bet เพื่อเพิ่ม Value

สีแดงเข้ม 4-bet เพื่อบลัฟ

สีน้ำเงิน Call ตามไป เล่น in position

 

ใช้ตารางนี้เมื่อเราอยู่ในตำแหน่ง in position (เล่นคนสุดท้าย)

 

 

ใช้ตารางนี้เมื่อเราอยู่ในตำแหน่ง out of position

 

การป้องกันทั้ง 2 ตำแหน่ง ไม่มีความแตกต่างกันมากนัก เราควรป้องกันให้ Tight ขึ้นเล็กน้อย เมื่อเรา out of position ตอนที่เจอกับ 3-bet จาก BTN แต่ให้ระลึกไว้เสมอว่าช่วงไพ่ 3-bet จาก BTN นั้นมีความกว้างกว่า Blinds ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องป้องกันให้ Tight จนเกินไป

 

ไพ่บางมือที่อยู่ตรงขอบของช่วงไพ่ที่สามารถเอาไป Call ได้ ขณะ out of position ได้แก่ KQo, AJo, KJs, 9Ts, JTs อาจจะลำบากเล็กน้อยที่จะ Call ดังนั้นมันจึงขึ้นอยู่กับคู่ต่อสู้ที่จะกำหนดขอบเขตของไพ่ที่เอาไป Call ในเกมที่เป็น lower limit มันเป็นการดีที่จะป้องกันด้วยช่วงไพ่ที่ Tight ขึ้นกว่าในตารางเล็กน้อย

Overcalling/Squeezing

สถานการณ์นี้ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นบ่อยนัก เราจำเป็นต้องมี UTG open มา และ MP Cold-call เราจะสามารถ Overcall ด้วยช่วงไพ่ที่กว้างขึ้นอีกเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการ Cold-call ตอนที่เจอ UTG open มาแบบปกติ

 

สีแดงอ่อน Squeeze(raise หนักๆจากคนที่ raise มาอีกที)

สีฟ้า Squeeze หรือ Overcall ก็ได้ (overcall คือการคอลคนที่ raise จากตำแหน่งMP)

สีน้ำเงิน Overcall

 

สังเกตว่าเรามีโอกาสที่จะโดน Squeeze จาก BTN ถ้าเรา Overcall ไปแบบปกติ การ Overcall ของเราจะต้อง Tight กว่าช่วงไพ่ของการ Overcall จาก BTN เมื่อเราเจอกับการ Open และ Call

 

 

Bet size ที่ใช้

การ Cold-call, Overcall และ Squeeze ปกติอยู่ที่ 3 เท่าของขนาดที่ Open-raise มา แต่มันก็ขึ้นอยู่กับขนาดที่ Open-raise มาด้วย เมื่อเราเจอกับขนาดการ Raise ที่เล็ก เราก็จะป้องกันด้วยช่วงไพ่ที่กว้างขึ้น แต่ถ้าเจอกับขนาดการ Raise ที่ใหญ่ขึ้น เราก็จะป้องกันด้วยช่วงไพ่ที่ Tight ขึ้นเช่นกัน

 

ช่วงไพ่ข้างต้นสามารถใช้อ้างอิงได้คร่าวๆเท่านั้น และสามารถปรับเปลี่ยนได้โดยขึ้นอยู่กับขนาด Stack ของคนที่เราเจอและประเภทของผู้เล่นอีกฝ่ายที่เราเล่นด้วย ไพ่บางมืออาจจะดีขึ้นหรือแย่ลงก็ได้ขึ้นอยู่กับ effective stacks เมื่อพิจารณามือโดยทั่วไปแล้วจะแย่ลงเมื่อ Stack เรา Short และจะเล่นได้ดีขึ้นเมื่อ Stack เรา Deep แต่ก็มีไพ่ประเภท TPTK ( Top pair top kicker ) เช่น AQ ที่จะดีเมื่อ Stack เรา Short และจะเล่นได้แย่ลงเมื่อ Stack เรา Deep