เคล็ดลับในการแข่งขัน Tournament Poker เป็นคำทั่วๆไปที่คนส่วนใหญ่ใช้ค้นหาใน google เพื่อหาเคล็ดลับของการเล่น ผมคิดว่าผู้เล่นกำลังมองหาคำแนะนำก่อนการเล่น tournament แต่เคล็ดลับนั้นๆไม่ได้แนะนำว่าเราควรจะทิปให้กับ dealer เท่าไรเมื่อเราสามารถเอาชนะ pot ใหญ่ๆได้ ซึ่งก็เปรียบเหมือนรายละเอียดเล็กๆที่บางครั้งเราต้องตัดสินใจเอง

สำหรับผมเมื่อค้นหาคำว่าเคล็ดลับการแข่งขันโป๊กเกอร์ ไม่มีแหล่งข้อมูลที่ไหนที่สามารถให้ประโยชน์ได้เต็มที่เลย โดยส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลที่ผิดหรือไม่ก็เป็นข้อมูลที่้ล้าหลังไปแล้ว

ฉะนั้นผมเลยตกลงที่จะเขียนบทความนี้เพื่อแนะนำสุดยอด 7 เคล็ดลับและกลยุทธ์การแข่งขันโป๊กเกอร์ที่สามารถนำไปใช้ได้กับผู้เล่นในทุกๆระดับเลยครับ

 

เคล็ดลับข้อที่ 1. “Steal ให้มาก แต่อย่ามากจนเกินตัว “

“raise เบาๆและบ่อยๆ”
เป็นกลยุทธ์หลักในการเล่น preflop ของเกือบทุกๆ tournament ตลอดหลายปีที่ผ่านมา และยังเป็นสิ่งที่ดีอยู่เสมอ

เมื่อเราเล่นโดยมี antes, การเปิด raise ด้วย 2.25bb มีโอกาสทีอีกฝ่ายจะหมอบและได้รับ pot ตรงนั้นเลย (และยังไม่รวมถึงผลประโยชน์หลังจาก flop เปิดออกมาแล้ว)
ตัวอย่างเช่น

ทัวร์นาเมนท์หนึ่ง มีผู้เล่น 9 คน Blind คือ 500/1000/100
แกรี่อยู่ในตำแหน่ง button โดยมีไพ่ 10 และ 4 โพธิ์ดำบนมือ
***
ผู้เล่นหมอบทั้งหมดจนถึงเรา เรา raise ไปที่ 2200

เท่ากับว่าตอนนี้ทั้งหมดใน pot จะมีทั้งหมด 2400 รวมทั้ง blind และ antes และเราเสี่ยงลงชิปไป 2200 เพื่อที่จะได้ชิปใน pot นั้นมา
นั่นแปลว่าการเล่นของเราจะมีโอกาส 47.8% ที่จะสามารถทำผลกำไรได้ทันทีเลย

เว้นเสียแต่ว่า blinds จะเล่นแบบ aggressive เพราะจะมีโอกาส 52.2% ที่เขาจะ call ตามมาเพื่อเล่นกับเรา
เรื่องนี้มีความหลากหลายกันไปในแต่ละโต๊ะ แต่โดยปกติแล้วเราสามารถคาดเดาได้ว่า sb จะมีโอกาส 10-15% ที่จะเล่นด้วย hand ที่เขามี (ซึ่งจะเป็น 3-bet อยู่บ่อยๆ) ซึ่งจะเหลือโอกาสทั้งหมด 40% อยู่ที่ bb

ถ้า bb เล่นอย่างรอบคอบพอที่จะหมอบไพ่อย่าง Q5โพธิ์ดำ หรือ K7 ต่อคุณเมื่อคุณ raise เปิดไปในตอนแรก
การ raise ด้วย 7-2 จะแสดงผลกำไรได้ในทันที (อีกอย่างหนึ่งทั้งหมดนี้ยังไม่ได้นับรวมถึง pot ที่คุณจะได้หลังจากชนะ post flop)

การต่อสู้กับผู้เล่นที่มีตำแหน่งด้อยกว่า การ raise เบาๆและบ่อยๆยิ่งเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยม โดยเฉพาะจากตำแหน่ง late position

ในตำแหน่ง early และ middle position โดยส่วนใหญ่เกือบทุกมือของเราจะเป็นการตัดสินใจที่ง่ายว่าเราจะเล่นต่อหรือว่าเราจะหมอบในรอบนั้น ๆ  ผู้เล่นทุกคนจะเล่นด้วย A-Q ไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งใดก็ตาม และการได้ไพ่ 7-5 ผู้เล่นส่วนใหญ่ก็จะหมอบโดยที่ไม่ลังเล

นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีผู้เล่นไม่กี่คนเหลืออยู่ก่อนที่จะมาถึงการเล่นของคุณในขณะที่คุณกำลังตัดสินใจว่าจะ open raise ในจำนวนเท่าไร ในจุดก็เป็นสิ่งที่ดีและมีเวลาพอที่จะสามารถคิดไอเดียดีๆหรือการคาดการว่ามือของฝ่ายตรงข้ามจะมีไพ่แบบไหน

การแนะนำทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ดีสำหรับผู้เล่นทุกคน แต่จงจำไว้ว่าการเล่นจะต้องพิจารณาใหม่เมื่อคู่ต่อสู้อยู่ในตำแหน่ง late position กว่าเรา และตั้งใจเล่นและคาดการไพ่บนมือของคู่ต่อสู้แทน
เมื่อต่อสู้กับตำแหน่ง blind ต่างๆมันเป็นสิ่งที่ดีสำหรับการเปิด raise แรกในตำแหน่ง button แต่ถ้าคุณอยู่ในตำแหน่งอื่นให้เล่นอย่างรอบคอบระมัดระวังและเล่นก็ต่อเมื่อมีไพ่ที่สามารถเล่นได้ดี

 

เคล็ดลับข้อที่ 2. พยายามเล่นเมื่ออยู่ในตำแหน่ง bb

ในข้อนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณจะได้รับจากบทความนี้ ในทัวร์นาเมนท์, คุณจำเป็นต้องป้องกันอย่างเต็มที่เมื่อเล่นอยู่ในตำแหน่ง bb เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับการ open raise เบาๆกันมาแล้ว แต่เมื่อคุณอยู่ในตำแหน่ง bb นั่นเป็นสิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำเพื่อเอาชนะผู้เล่นที่ open raise บ่อยเกินไปหนึ่งในประเด็นหลักที่เราสมควรจะปกป้องเมื่ออยู่ในตำแหน่ง bb คุณจะมีอำนาจในการ raise เพื่อกำหนดเงินใน pot ให้มีความได้เปรียบมากขึ้น

ในมือของเราที่กล่าวมาข้างต้น ใน pot มีชิปอยู่ 4600 (2400 จาก blind และ antes และคน open raise ไปอีก 2200) และ bb ต้องเพิ่มอีก 1200 เพื่อที่จะดู flop มีโอกาส 20.6% ที่ผู้เล่นส่วนใหญ่จะมีโอกาสตามมานั่นเป็นโอกาสที่น้อยมาก แม้กระทั่ง 7-2 มีโอกาสมากกว่ามาตรฐานในการเล่น (เท่ากับ 29.45%) ถ้าถามว่านี่เป็นการคำนวนที่ควรจะคอลตามไปในทุกๆ hand หรือไม่ ? คำตอบคือไม่อย่างแน่นอนครับ ถ้าเราเลือกเฉพาะไพ่ที่พอจะไปต่อได้ ทำให้เรามีโอกาสที่จะไม่เสียบลายฟรีครับ

ถ้าหลังจากที่ post flop แล้วแต่ไพ่ของเรายังไม่มีอะไรหรือพัฒนาไม่ได้ เราควรที่จะป้องกันให้เราไม่เสียชิพไปมากกว่านี้ เช่นเราถือ 72o เปิด flop ออกมา เราไม่ติดอะไรเลย เราควรที่จะ check แล้วหมอบแต่โดยดีเพื่อไม่ให้เสียชิพของเราไปมากกว่านี้

หลังจาก post flop ออกมาแล้ว แทบจะเป็นไปไม่ได้เล่นที่เราจะสามารถเล่นเพื่อป้องกัน bb ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่อย่ากังวลไปเลยครับ แค่การคาดเดาก็เป็นสิ่งที่ดีแล้ว หนทางที่เราจะสามารถเล่นเพื่อป้องกันได้คืออย่างน้อยต้องคำนวนถึงการหยุดผู้เล่นที่ต้องการ open raise เพื่อทำกำไรแบบอัตโนมัติ โดยเราต้องมีการ call เพื่อกดดันให้ผู้เล่นพวกนั้นไม่ open raise ทำกำไรฟรี

นี่เป็นกฏที่ดี โดยเฉพาะผู้เล่นที่ยังไม่ผ่านการเล่นมามากนัก เป็นไอเดียที่ดีกว่าถ้าคุณจะพยายาม call ด้วยไพ่ที่มีโอกาสมากที่จะเล่นได้หลังจาก flop เปิด เช่น มืออย่างเช่น 9-7 นี่เป็นมือที่ไม่สมควรเล่นเป็นอย่างยิ่ง แต่ถึงแม้จะเป็นไพ่ที่อ่อนแอแค่ไหนก็สามารถที่จะพยายามเข้าไปดู flop เพื่อสามารถเอาชนะได้เมื่อต่อสู้กับผู้เล่นที่อยู่ตำแหน่ง late position ที่ open raise มา

ถ้าหากการเล่นที่มีระยะในการเล่นกว้างๆทำให้คุณรู้สึกไม่ค่อยถนัดมือเท่าใดนัก การเล่นเพื่อป้องกันน้อยลงก็ไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร แต่อย่างน้อยจงจำไว้ว่าอย่าหมอบไพ่แบบ 8-6 หรือ Q-10 โดยที่ไม่ open raise เลย และ ผมเป็นคนที่พยายามเข้าไปดู flop เกือบทุกมือกับผู้เล่นที่ด้อยกว่าอยู่เสมอ

การป้องกัน bb กับผู้เล่นหลายๆคน

โดยปกติแล้ว การมี 1 คู่จะชนะ pot อยู่เสมอ การที่ pot เปิดออกมาโดยมี 8-6-2 และในมือมี K-6 ในตำแหน่ง button ก็คือมหาอำนาจดีๆนี่เอง แต่ในสถานการณ์เดียวกันการจินตนาการว่า K-6 ใน pot ที่มีผู้เล่น 4 คน เป็นสิ่งที่สามารถโดนผู้เล่นคนอื่น call เข้ามาสู้ได้แม้กระทั่งคุณจะทำการ c-bet ก็ตาม

ถึงแม้ว่าการเล่นโดย raise ไปใน pot เมื่อเจอกับผู้เล่นหลายคน คุณจำเป็นเลือกไพ่ทางใดทางหนึ่งที่สามารถเล่นได้อย่างดีเยี่ยมเพื่อการเอาชนะ เพราะฉนั้นการที่มีผู้เล่นหลายคนทำให้โอกาสที่คุณจะชนะน้อยลงไปอีก

คุณยังควรที่จะ call ตามไปด้วยไพ่ที่ไม่ดีมากแต่ก็ยังพอเล่นได้เช่น J-10 คือคุณต้องคัดไพ่เข้าไป call มากกว่าจากที่เจอแค่ Button open raise มานั่นเอง ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปเล่นด้วยไพ่ที่ flop ออกแล้วไม่ค่อยดีด้วย เช่น Q-7 หรือ 3-8 ไพ่จำพวกนี้หลังจากเปิด flop แล้วถ้าเกิดติดคู่ขึ้นมาก็ยังมีอำนาจไม่มากพอที่จะเอาชนะคู่ต่อสู้ที่ต้องการปะทะด้วย

โดยปกติแล้วการป้องกันการเล่นด้วยไพ่ที่ไม่สวยมากหรือคนละสี จะนำพาให้คุณไปเจอแต่สถานการณ์ที่เลวร้ายและตัดสินใจยาก การเลือกไพ่ไปป้องกันก็จำเป็นเช่นกัน

 

เคล็ดลับข้อที่ 3. ระวังการเล่น 4-bet แบบ all-in เมื่อชิปมีมากกว่า 25-40 bb

วิธีการที่ถูกต้องที่จะ bluff ด้วย 3-bet ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ stack size แค่เพียงอย่างเดียว เราจะแบ่งเป็นการอธิบายในระหว่างข้อที่ 3 ถึงข้อที่ 4

เริ่มแรกเรามายกตัวอย่าง tournament ที่มี stack size อยู่ที่ 25-40bb เมื่ออยู่ใน stack ระดับนี้คุณจำเป็นต้อง 3-bet bluff ด้วยมือที่ค่อนข้างแย่กว่าปกติ ในบางสถานการณ์

ตัวอย่างเช่น

โป๊กเกอร์ทัวร์นาเมนท์ , 35bb stack
เราอยู่ในตำแหน่ง CO กับ XX (สมมติว่าเรายังไม่รู้ไพ่)
ตำแหน่ง MP opens มาที่ 2.2bb เราจึง 3-bet ไปที่ 6.2 bb
3-bets ที่ดีในจุดนี้รวมถึงมือที่ถือไพ่เช่น K♠9♠, K♦J♠ และ A♦7♦.
มือไพ่แบบนี้เรามีอำนาจในการ blockers (คือมือที่ทำให้ไพ่ที่คนอื่นมีสามารถสู้กับเราได้ยาก)

ถ้าคุณต้องลงเอยด้วยการถูกบังคับให้หมอบด้วย 4-bet กับมือที่มี K♠9♠ นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้าคุณถูกบีบให้หมอบด้วยไพ่ที่ถือคือ K♥Q♥ นั่นเป็นสิ่งที่ต้องจำว่าเราต้องหมอบเพราะไพ่เรามาได้แค่ 3-bet ไม่สามารถ call 4-bet ได้

กลยุทธ์การเล่นนี้มีผลกับผู้เล่นที่ต้องการจะ 4-bet all-in การใช้ไพ่สูงเพื่อ blockers เป็นสิ่งที่สำคัญมากเพื่อลดอัตราการที่ผู้เล่นคนอื่นจะ all-in เพื่อขู่เราได้

กับผู้เล่นที่ยังไม่ดีมากนัก โดยเฉพาะผู้เล่นที่ไม่ค่อยทำการ 4-bet สักเท่าไรนัก มืออย่าง K♥Q♥ จะสามารถทำการ 3-bet ได้เป็นอย่างดี ถ้าเขายังเข้ามาเล่นต่อด้วยมือที่ค่อนข้างแย่ แต่ไม่เคย 4-bet ด้วยไพ่ที่มีแต้มสูงมากๆ เราสามารถ 3-bet เพื่อสร้างมูลค่าและทำให้ผู้เล่นคนอื่นกลัวเราได้

สรุปก็คือการใช้ blockers เพื่อ 3-bet bluff เป็นสิ่งที่ดีกับผู้เล่นที่ aggressive ส่วน 3-bet จะมีค่ามากกว่าสำหรับไพ่ที่มีระยะการเล่นกว้างกับผู้เล่นที่ด้อยกว่าและไม่ค่อย call ตามมาบ่อยนัก

 

เคล็ดลับข้อที่ 4. มีชิปเยอะมากใช่มั้ย ? 3-bet เหมือนให้มันเป็น cash game ไปเลย !

ทุกสิ่งจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมายเมื่อพวกเราเข้าใกล้ 100 bb
และการเล่นที่ถูกต้องคือการ 3-bet ให้เหมือนเป็น cash game ไปเลย

เมื่อเรามีชิปเยอะ คู่ต่อสู้ของคุณจะสามารถตัดสินใจได้ยากขึ้นหากต้องการสู้กับ 3-bet ของคุณ

เมื่อคุณทำการ 3-bet ด้วย Q♣J♦ กับ 35bb คุณไม่มีอะไรต้องกังวลว่าจะเจอสถานการณ์ที่ลำบากเพราะคุณมีแค่ 2 bet เพื่อเพิ่ม pot size ที่อยู่ด้านหลังได้
ถ้าคุณ flop แล้วติด top pair คุณสมควรที่จะไปต่อให้สุดทางเพื่อที่จะทำให้คนที่มีไพ่ด้อยกว่าจะต้องจ่ายให้คุณ

แต่เมื่อคุณ 3-bet ด้วยมือเดิมกับ 100bb และการ bet เริ่มด้วยการที่มี J-และ high flop คุณจะตกอยู่ในโลกแห่งความโหดร้ายด้วยการสู้กับผู้เล่นที่มี K-J หรือดีกว่า

เพราะทั้งหมดนี้ คุณจำเป็นต้องกำหนดทิศทางการ 3-bet ให้ไปในทางเดียวกัน และถอดไพ่อย่าง Q-J หรือ A-10 ออกไปจากช่วงระยะของการ 3-bet ของคุณ เพราะไพ่พวกนี้เป็นไพ่กลางๆถ้า flop เปิดออกมาไม่ nut จะเล่นต่อได้ยาก

กับผู้เล่นที่ด้อยกว่า บางครั้งการ 3-bet ในระยะตรงจะ bet value ได้น้อยกว่าและลดการ bluff ได้มากขึ้น
กับผู้เล่นที่ด้อยกว่าที่มี 100bb คุณไม่จำเป็นต้องเล่นให้แตกต่างกันระหว่างการ 3-bet หรือ bluff เลยก็ได้ แต่ควรที่จะเข้าไปเล่นด้วยไพ่ที่สามารถเล่นได้และพยามเข้าไป 3-bet กับผู้เล่นนั้นๆใน pot
เช่น J-10 8-7 Q-9 และสมควรหมอบไพ่ที่อ่อนแออย่าง 5-3 อยู่เสมอ

สรุปแล้วการที่มี stack มากๆ ควรที่จะ 3-bet แรงๆกับผู้เล่นที่ด้อยกว่า และ 3-bet ธรรมดาสำหรับผู้เล่นมาตรฐาน

 

เคล็ดลับข้อที่ 5. อย่า c-bet (การ bet อย่างต่อเนื่องเมื่อ flop เปิด) ในทุกๆมือที่เราได้

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้เล่นคิดน้อยเกินไปว่า board จะสามารถ connect กับไพ่ของเราได้อย่างไร

คุณควร c-bet ในทุกๆ flop เพราะว่าการ c-bet ตอน half pot จะมีโอกาส 33.3% ที่จะสามารถทำกำไรคืนมาให้เราได้

ผู้เล่นในปัจจุบันมีความรอบคอบมากกว่าและคิดมากกว่าว่าอะไรจะเกิดขึ้น และการ check raised เพื่อ bluff เกิดขึ้นบ่อยมากขึ้น ผู้เล่นไม่ได้เพียงแต่จะ bluff ในตำแหน่งที่แย่เสมอไป แต่ต้องการที่จะให้คนอื่นลำบากในการคิดมากกว่าว่าตัวของเขานั้นมีอะไร

ลองตั้งคำถามตัวเองด้วย 4 คำถาม ต่อไปนี้หลังจาก flop เปิดออกมาแล้ว
– จะมีโอกาสแค่ไหนที่ flop จะสามารถทำให้เราติดไพ่ที่มีค่าที่สุด
– ใครที่มีไพ่แย่ที่สุดใน board แบบนี้
– เราจะถูกมองเป็นอย่างไรในสายตาของคู่ต่อสู้
– เราจะมองคู่ต่อสู้เช่นไรในสายตาเรา

เราสามารถยกตัวอย่างได้ง่ายๆ
เช่น : ทัวร์นาเมนท์โป๊กเกอร์ 50/100 15000 effective stack
เราอยู่ในตำแหน่ง UTG กับไพ่ XX
เรา raise ไปที่ 300 และมีเพียง bb เท่านั้นที่ call ตามมา
flop เปิดมาที่ T♥ 8♦ 6♠
bb จึง check

ลองมาคิดกันว่า ถ้าเขามี A เขาจะคิดว่าเขาควรที่จะปกป้องมูลค่าของไพ่สูงที่มีโอกาสติดคู่แล้วชนะได้ด้วยการ bet
แต่ถ้าเขามี A-K เขาต้องตัดสินใจว่าจะเล่นหรือจะหมอบ
เพราะไพ่ที่ออกมาต่ำและมีโอกาสออกไพ่สูงได้น้อย

ด้วยไพ่ที่คุณมี จึงนำมาซึ่งคำถามเหล่านี้

1. จะมีโอกาสแค่ไหนที่ flop จะสามารถทำให้เราติดไพ่ที่มีค่าที่สุด
bb โดยส่วนใหญ่จะไม่มี overpairs แต่เราจะมีหลากหลายทางในการผสมผสานกับอะไรที่จะเปิดต่อมาได้ทั้ง top pairs, middle pairs หรืออื่นๆอีก bb จะมีความกว้างของระยะในการเล่นน้อยกว่า ซึ่งทำให้เราได้เปรียบ

2. ใครที่มีไพ่แย่ที่สุดใน board แบบนี้
คู่ต่อสู้ของคุณ คุณทั้งคู่น่าจะมีอัตราการติด set พอๆกัน แต่คู่ต่อสู้มีโอกาสที่จะลุ้น straight และ two pairs ซึ่งคุณไม่มี การมี overpair ของคุณจึงเป็นสิ่งที่แย่

3. เราจะถูกมองเป็นอย่างไรในสายตาของคู่ต่อสู้
ค่อนข้างมองออกได้ง่าย ระยะการเล่นของคุณคือ pocket pairs หรือ ไพ่สูงเท่านั้น

4.เราจะมองคู่ต่อสู้เช่นไรในสายตาเรา
นี่เป็นคำถามที่สามารถตอบได้ยากที่สุดถ้าคุณไม่สามารถมองคนออกได้ เพราะบางคนก็ยังจะป้องกัน bb ของตัวเองนานๆครั้ง แต่ก็ยังสามารถคาดการได้ว่าเขาจะมีไพ่ที่สูงพอสมควรในการเล่นเช่น one pairs หรือ gutshot ,top pairs

จากคำตอบของเราที่กล่าวมา แยกเป็นข้อสังเกตได้สองข้อคือ

– bb มีการผสมผสานของคู่ที่หลากหลาย แต่ว่าเราไม่มี ซึ่งนั่นจะทำให้เราค่อนข้างลำบากในการที่จะ check raised หรือ barreling ใส่คู่ต่อสู้ ผู้เล่นที่ฉลาดจะคำนวนและทำการ check raised เพื่อเอาชนะคุณด้วยไพ่หลากหลายชนิด

– โดยส่วนใหญ่แล้วตำแหน่ง bb จะ call เพื่อตามมาดูอย่างน้อยก็หนึ่ง bet ดังนั้นจึงเป็นไอเดียที่แย่ที่เราจะ c-bet และไปยอมแพ้ในตอนท้าย เราควรจะ check ว่ามีมือไหนที่หมอบ มีไพ่ไหนที่หายไปบ้าง และควร bluff ด้วยไพ่ที่สูงพอที่จะ barrels bet(การที่เรา bet ซํ้าเมื่อเรา bet ไปก่อนหน้านี้) ได้ดีเช่น Q♦J♦.

ด้วยมือที่ความแข็งแกร่งพอประมานเช่น T♦9♦ หรือ 9♠8♠ ระยะในการ check back จะสามารถป้องกันการ over bluff ของคู่ต่อสู้ได้

โดยถ้าหากคุณฝึกที่จะเล่นทุกครั้งที่เราสามารถเห็น flop ไม่นานนักคุณก็จะสามารถจับทางและมีแผนในการเล่นได้ต่อไป

 

เคล็ดลับข้อที่ 6. มีแผนการต่อเนื่องในระยะยาว

ข้อนี้จะอ้างอิงถึงไพ่ที่เรามีและ flop ที่มาจากข้อ 5. ก่อนการที่เราจะตัดสินใจในการ preflop คุณควรที่จะมีแผนการเล่นอยู่เสมอ

เช่นเคย นี่ไม่ได้หมายความว่าคุณจำเป็นจะต้องจำลองอัตราการออกของทุกๆไพ่ของทุกๆคน นั่นเป็นสิ่งที่ยากจนเกินไป แค่คำนวนคร่าวๆก็เป็นสิ่งที่น่าจะเพียงพอแล้ว

กลับไปที่ flop ที่มี T♥ 8♦ 6♣ และคิดว่าในมือของเรามี Q♥ J♥ ก่อนที่คุณจะทำการ bet คุณควรจะถามตัวเองด้วยสองคำถามใหม่
– เราจะทำอย่างไรเมื่อคู่ต่อสู้ raise มา
– เราจะสามารถ barrel bet ไพ่อะไรได้บ้างเมื่อ turn เปิดออกมา

ในตัวอย่างนี้ คำตอบของเราคือแผนที่เราจะเล่น ต่อไปนี้

– เราจะทำอย่างไรเมื่อคู่ต่อสู้ raise มา ?
เราจะหมอบ เว้นเสียแต่ว่าคู่ต่อสู้จะ raise มาไม่สูงมากพอจนทำให้เราสามารถเล่นได้
นี่ไม่ใช่ flop ที่เราควรจะ c-bet เราจะ c-bet ก็ต่อเมื่อไพ่บน flop ทำให้คู่ต่อสู้มีโอกาสในการชนะมากกว่าไพ่บนมือเรา แต่ในมือนี้เราเลือกที่จะกึ่ง bluff (semi bluff)

– เราจะสามารถ barrel bet ไพ่อะไรได้บ้างเมื่อ turn เปิดออกมา ?
เราจะ barrel ก็ต่อเมื่อ turn มีไพ่หัวใจเปิดออกมา ส่วน A หรือ K เราจะ semi-buff และโดยปกติแล้ว 9 ด้วย ส่วน J และ Q จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้ไพ่เรา

เราจะ check ฟรีถ้าหากไพ่ที่เราคิดไม่ออกมา เพื่อดู river ว่าเรายังได้เปรียบอยู่หรือไม่

 

เคล็ดลับข้อที่ 7. จงเรียนรู้การเล่นแบบ 1-1

การต่อสู้กับคู่ต่อสู้แบบ 1-1 ไม่ใช่อะไรที่ง่ายต่อการที่จะสอนในบทความนี้ แต่ก็ยังต้องการที่จะแนะนำให้อยู่บ้างเพราะเป็นสิ่งที่สำคัญ และทั้งหมดนี้คือวิธีการที่จะชนะ poker tournament ทุกวันนี้โครงสร้างของการจัดการแข่งขัน poker tournament จะมีทั้งบนเวปไซต์และทั้งในพื้นที่ live tournament ที่ผู้เล่นได้นั่งเล่นด้วยกันสดๆ และผู้ที่สามารถเอาชนะได้ก็จะได้รับรางวัลมากที่สุดในการแข่งขันซึ่งเป็นจำนวนมาก

ตัวอย่างเช่น การ buy-in จำนวน 20$ ออนไลน์ทัวร์นาเมนท์จะการันตีรางวัลที่ 10k$ ผู้ที่ได้รางวัลที่ 1 จะได้ 2500$ ที่สองจะลดลงมาเหลือ 1500$ แตกต่างกันอยู่ที่ 20 buy-in สำหรับแชมป์และรองแชมป์

การฝึกการเล่นแบบ 1-1 ยังเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องฝึกถึงแม้ว่าการแข่งขัน poker tournament จะหาจังหวะการต่อสู้แบบ 1-1 ได้ยาก และถึงแม้ว่าคุณจะพอใจกับสิ่งที่คุณมีเพราะคุณสามารถเล่นได้ดีแล้ว แต่ถ้าคุณยังไม่มีความทะเยอทะยานที่จะเป็นแชมป์ให้ได้ คุณก็จะเป็นผู้เล่นที่สามารถประสบความสำเร็จในระยะยาวได้ยาก

ในหนึ่งการปะทะกันแบบ 1-1 ของแต่ละทัวร์นาเมนท์จะเป็นการตัดสินว่าคะแนนคุณจะได้มากแค่ไหน ยิ่งถ้ามี pot ที่ใหญ่มากเท่าไร คุณก็จะได้ชิปเยอะมากเท่านั้น จงพึงระลึกไว้ว่า เมื่อต้องเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานะการเล่นแบบ 1-1 คุณควรจะทำให้ตัวเองมีข้อได้เปรียบอยู่เสมอ

เราไม่สามารถแนะนำคุณได้มากนัก การเรียนรู้และการศึกษาการแข่งขันแบบ 1-1 ด้วยตัวเองจะช่วยทำให้คุณเล่นได้เฉียบคมมากขึ้นในช่วงเวลา post flop

สรุปบทความ 7 เคล็ดลับการแข่งขันโป๊กเกอร์
เคล็ดลับที่เราแนะนำไปนี้ดีพอที่จะแนะนำและเป็นแนวทางให้กับคุณในการเล่น tournament ที่คุณวางแผนจะเล่นได้เป็นอย่างดี แต่อย่าลืมว่าในการแข่งขันมีปัจจัยมากมายหลากหลายที่เราจำเป็นต้องคำนึงถึงและควรที่จะฝึกฝนอยู่เสมอเพื่อเพิ่มความสามารถของตัวเองไปเรื่อยครับ

 

อ้างอิง

https://bit.ly/2AnBHWg